วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

สัปดาห์ที่ 8 : 05 มกราคม 2555 E-Learning

แบบฝึกหัด จากเนื้อหาในบทเรียนจงตอบคำถามต่อไปนี้

1.กระบวนการผลิตทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง

ตอบ 7 ขั้นตอน

1. กาหนดจุดมุ่งหมายและบทบาทของสื่อให้ชัดเจน

•2. เลือกสื่อที่เหมาะสม

•3. ออกแบบสื่อ

•4. ผลิตสื่อ

•5. ทดสอบสื่อ

•6. เผยแพร่สื่อ และนาไปใช้

•7. การตรวจสอบและบารุงรักษาสื่อ



2.รูปแบบของการให้บริการทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงยกตัวอย่างพร้อมอธิบาย

1. แบบสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทเดียว คือ เป็นการให้บริการเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ นิตยสาร โดยมีมุมต่างๆ ในการให้บริการ ได้แก่ ห้องสมุด

2. แบบผสมผสานระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์คือเป็นการให้บริการให้ความรู้ทั้งหนังสือ วารสาร นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบของดิจิทัล



3.การบริการทรัพยากรการเรียนรู้คืออะไร

ตอบ การบริการทรัพยากรการเรียนรู้ คือ กิจกรรมที่นักเทคโนโลยีการศึกษา หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งแสดงถึงจิตใจ และพฤติกรรมการแสดงออกในการให้ความรู้ ด้วยทรัพยากรทั้งวัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการ ถึงการให้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งเพื่อให้ผู้รับนั้นพึงพอใจ และเกิดการเรียนรู้จากทรัพยากรการเรียนรู้นั้น ๆ



4.ขอบข่ายของงานบริการทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ ผลิตสื่อ

- ออกแบบและพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้

- ส่งเสริมการนาเสนอสื่อในรูปแบบใหม่

เผยแพร่ : ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ให้ความรู้ : นำสื่อในรูปแบบที่หลากหลายมากให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษา โดยมีการให้คำแนะนำ หรืออาจมีกิจกรรมเช่น นิทรรศการ จัดฝึกอบรม ต่าง ๆ

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 Directing

1. ให้สรุปความหมายของการสั่งการมาพอเข้าใจ
ตอบ การสั่งการ หมายถึง การจัดการให้ผู้ที่รับหน้าที่ตามความรับผิดชอบไปปฏิบัติหรือกระทำตามแผานหรือเป้าหมายที่กำหนด

2.
ขั้นตอนการสั่งการหรือการอำนวยการมีอะไรบ้าง
ตอบ ขั้นตอนการสั่งการ มีกิจกรรมดังนี้
1.1 ด้านการวางแผน มี ส่วนในการกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดลักษณะงาน
1.2 ด้านการจัดองค์การ มอบหมายงาน แบ่งงาน กำหนดมาตรฐานงาน
1.3 ด้าน การปฏิบัติการของผู้อานวยการ กำหนดการเปลี่ยนแปลงบุคคล ประเมินผลการปฏิบัติแต่ละคน ฝึกบุคคลไว้ทดแทน ดูแลความสัมพันธ์และขวัญแก่บุคลากร
1.4 ด้านการควบคุม ติดตามวิธีการและขบวนการปฏิบัติ กำหนดมาตรฐานสาหรับงานแต่ละอย่าง

3. องค์ประกอบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง
ตอบ องค์ประกอบของการอำนวยการมีดังนี้
1. ความเป็นผู้นำ : เป็นกระบวนการของการสั่งการ และการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในองค์การ ให้กระทำตามเพราะยอมรับในอำนาจที่มาจาก 3 แหล่ง คือ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมา อำนาจจากบารมี และอำนาจตามกฎหมาย จึงก่อให้เกิดผู้นา 3 แบบ คือ แบบประชาธิปไตย แบบเผด็จการ และแบบตามสบาย
2.การจูงใจ : มี ความสำคัญต่อการสั่งการหรือการอานวยการ เพราะเกี่ยวกับบุคลากรให้ปฏิบัติงาน จึงจาเป็นต้องมีการจูงใจหรือกระตุ้นให้อยากทำงาน
ดังนั้น ในการสั่งการโดยมีเทคนิคจูงใจด้วย ก่อนจะสั่งการควรขึ้นคาถามก่อนว่า พอมีเวลาหรือไม่หรือ คุณจะช่วยงานนี้ได้ไหม
3. การติดต่อสื่อสารซฃ : เป็นกระบวนการสำคัญช่วยให้การอานวยการดาเนินไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ มี 2 ลักษณะคือ สื่อสารแบบทางเดียว และสื่อสารแบบ 2 ทาง
4. องค์การ และการบริหารงานบุคคล จุดมุ่งหมายของนักอานวยการคือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและองค์การ ซึ่งต้องการไม่เหมือนกันผู้อานวยการจึงต้องทาให้เกิดความสมดุลกัน



4. ให้นิสิตอธิบายความสำคัญของการสั่งการกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มาอย่างน้อย 5 ข้อ

ตอบ

1. การสั่งการที่ถูกต้องและสมบูรณ์แบบ จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลและปราศจากการใช้อารมณ์
2. เพราะการดำเนินงานทั้งหมดของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มาจากการสั่งการของผู้อำนวยการ
3. การสั่งการที่ชัดเจนทำให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว
4. การไปสู่เป้าหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นหลักในการตัดสินใจสั่งการ
5. การสั่งการเป็นไปเพื่อความก้าวหน้าของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 6 แบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 5

1. อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง

ตอบ บทบาทหน้าที่ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ส่วนใหญ่มีหน้าที่ในการจัดหา จัดสร้างดำเนินงาน บริการด้านสื่อการเรียนการสอน ข้อสนเทศความรู้วิทยากร และนวัตกรรมต่างๆ อันเป็นผลผลิตของเทคโนโลยีทางการศึกษาสมัยใหม่ โดยจะต้องรวบรวมจัดหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการค้นหา จัดให้บริการยืม อีกทั้งจะต้องบำรุงรักษาซ่อมแซมวัสดุการศึกษาดังกล่าวให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมต่อการใช้สอยได้ตลอดเวลา ในกรณีที่เกิดปัญหาไม่เข้าใจ หรือผู้ให้บริการมีข้อปัญหาซักถามในด้านความรู้ ข้อสนเทศหรือปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมความรู้ให้แก่บุคลากรต่างๆ ภายในหรือภายนอกสถานศึกษาด้วย ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นหน่วยงานกลางมีหน้าที่บริการสื่อการเรียนการสอนแก่ครูอาจารย์ นักเรียน การบริการนับได้ว่าเป็นหัวใจของงานในหน้าที่ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ซึ่งงานบริการนี้ส่วนใหญ่จะควบคู่ไปกับกิจกรรมอื่นๆ ด้วย


ดังนั้นจึงกล่าวสรุปได้ว่าภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
          1.  การเลือก จัดหา การลงทะเบียน ทำบัตรรายการ การบริการการใช้ ตลอดจนเก็บบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ
          2.  การผลิตสื่อการสอน เช่น ผลิตวัสดุกราฟิก การบันทึกเสียง ทำรายการวิทยุและโทรทัศน์
          3.  จัดกิจกรรมทางวิชาการ เช่น การฝึกอบรมครูประจำการ การวิจัย การจัดนิทรรศการ ตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
          4.  การบริหาร เช่น การจัดบุคลากร การนิเทศ การบันทึกรายการ การตัดต่อประสานงานและการทำงบประมาณ เป็นต้น
          5.  การประเมินกิจกรรมต่างๆ



2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง

ตอบ 1. ด้านบริหาร โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทา การจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทางบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงาน เพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้โดยแบ่งฝ่ายรับผิดชอบคือ  
                        1.1 หัวหน้าหน่วยงาน   ซึ่ง อาจเรียกได้ว่า หัวหน้าศูนย์หรือผู้อานวยการศูนย์ โดยทั่วไปจะเป็นบุคคลที่จบการศึกษาด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสต ทัศนศึกษาที่มีความรู้ ด้านบริหาร ออกแบบ นิเทศการศึกษา การวิจัย การผลิต และการให้บริการสื่อการศึกษามาก่อน
                        1.2 หัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบงานในแต่ละฝ่าย เช่น หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ หัวหน้าฝ่ายการบริการสื่อ เป็นต้น  ซึ่งหัวหน้าต้องมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการผลิต การให้บริการสื่อมาก่อน
                        1.3 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุม
                        1.4 พนักงานธุรการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านต่างๆ บุคคลที่รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านนี้
                        1.5 เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลต่างๆลงในคอมพิวเตอร์หรือ พิมพ์เอกสาร หนังสือโต้ตอบ หนังสือคำสั่ง รายงานการประชุม เป็นต้น


2. ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่นำโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการให้คำปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น
                        2.1 บรรณารักษ์ โดยจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดหา การให้เลขหมู่ ทำบัตรรายการ
                        2.2 นักวิชาการคอมพิวเตอร์ จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการติดตั้งการใช้คอมพิวเตอร์ ดูและระบบคอมพิวเตอร์และปฏิบัติงานหน้าที่อื่นๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
                        2.3 นายช่างอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการซ่อมบารุงรักษา ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติการเกี่ยวกับเสียง ช่างตัดต่อ ช่างกล้อง จัดซื้อจัดหา ทาบัญชีวัสดุอุปกรณ์ เป็นต้น


3. ด้านการผลิตสื่อ บุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น
                        นักวิชาการโสตทัศนศึกษา จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการออกแบบและผลิตสื่อการเรียนการสอนในระดับต่างๆ การออกแบบประเมินและวิจัยสื่อ
                        นักวิชาการช่างศิลป์ จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านการออกแบบภาพประเภทต่างๆ ตัวอักษรประกอบคาบรรยายออกแบบแผ่นป้าย แผนภาพประชาสัมพันธ์ ทารูปปั้นจาลองสื่อวัสดุสามมิติและอื่นๆ


4. ด้านวิชาการ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการศึกษาค้นคว้า พัฒนาและเผยแพร่ผลงาน สร้างวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อ จัดการฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ การประเมินคุณภาพสื่อ การประเมินการบริการ เป็นต้น
5. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเป็น สำคัญในการจัดหาสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและ เนื้อหาแต่ละวิชา
6. ด้านกิจกรรมอื่น เช่น มีบทบาทหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชนจัดนิทรรศการหรือจัดการแสดงความ ก้าวหน้าต่างๆ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ควรมีกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่สังคมและจัดแสดง สาธิตนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้สนใจ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง



3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท

ตอบ ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. บุคลากรวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา หรือโสตทัศนศึกษาระกับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (Media Specialists)หรือบางทีอาจเรียกว่า นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ก็ได้ ส่วนใหญ่บุคลากรกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหาร อำนวยการประสานเกี่ยวกับสื่อ และอำนวยการให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บุคลากรทางวิชาชีพสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น
                1.1 บุคลากรผู้เชียวชาญด้านวัสดุตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ (Printed and Non-Printed Specialization) เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสื่อการสอนง่ายๆที่เป็นวัสดุตีพิมพ์หรือไม่ตีพิมพ์
                1.2 บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านสิ่งพิมพ์และโสตทัศนูปกรณ์ (Printed (Printed and Audiovisual Aids)
                1.3 บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฉพาะหน้าที่ (Functional Specialization) เช่น
                                - ด้านการออกแบบ
                                - ด้านการพัฒนาหลักสูตร
                                - ด้านการวิจัย
                                - ด้านการเลือกจัดการและประเมินสื่อ ฯลฯ
                1.4 บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา (Subject Specialization) บุคลากรด้านนี้จะมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสื่อในสาขาวิชาต่างๆ
                1.5 บุคลากรที่เชี่ยวชาญเรื่องสื่อเฉพาะระดับชั้น(Level Specialization) บุคลากรด้านนี้จะมีความเชี่ยวชาญการใช้สื่อในระดับการศึกษาต่างๆ
                1.6 บุคลากรที่เชี่ยวชาญเรื่องสื่อเฉพาะหน่วยงาน (Unit-Type Specialization)

 2. บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทาง วิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ บุคลากรกึ่งวิชาชีพ เช่น
                2.1 พนักงานเทคนิค (Media Techician) บางทีเรียกว่า เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา เจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลบารุงรักษาและให้บริการ
                2.2 พนักงานด้านกราฟิกหรือช่างศิลป์ โดยจะปฏิบัติหน้าที่งานด้านกราฟิกเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอน
                2.3 พนักงานด้านภาพนิ่ง หรือช่างภาพ จะปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อผลิตสื่อประเภทต่างๆตลาดจนงานทั่วไป
                2.4 พนักงานช่างเทคนิค จะปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างเทคนิค ซ่อมแซม ดูแลเครื่องมือ/อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
                2.5 พนักงานด้านวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง เป็นต้น
3. บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้ทาหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคุณวุฒิหลากหลายจะใช้ความรู้ความชานาญเฉพาะในหน้าที่ของตน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจานวนบุคคลในแต่ละประเภทจะมีมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับ นโยบาย ขนาดหรือปริมาณของงาน ขอบเขตของการให้บริการ ลักษณะของระบบงานบริการ จานวนผู้ใช้บริการ และงบประมาณของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละแห่งเป็นสาคัญ



4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย

ตอบ   การจัดการหาสื่อเพื่อบริการ ในการจัดหาสื่อมาไว้บริการภายในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีระบบ ระเบียบ สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอน ดังนี้
                ขั้นตอนที่ 1     เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา  ได้แก่
1. การสำรวจสื่อวัสดุ (Materials) การสำรวจสื่อวัสดุมีรายการที่ต้องการทราบ คือ
        - ชนิดของวัสดุ
        - ชื่อเรื่อง
        - แหล่งที่เก็บ (Location)
        - แหล่งที่ได้มา
        - สภาพการใช้งานปัจจุบัน
2. การสำรวจเครื่องมือ (Equipments)
        - ชนิดของเครื่องมือ
        - แบบ/รุ่น
        - แหล่งที่เก็บ
        - แหล่งที่ได้มา
        - จำนวน
        - สภาพการใช้งานปัจจุบัน

                ขั้นตอนที่ 2   การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทำกิจกรรม เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียง พอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง

                ขั้นตอนที่ 3   การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดยนำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้  ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ
การสำรวจความต้องการใช้สื่อในการเรียนการสอนสามารถทำได้หลายลักษณะ ได้แก่
1.  การสัมภาษณ์ ซักถามเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อย
2.  การสังเกต เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ต้องการข้อมูลสามารถนำมาใช้เพื่อเก็บข้อมูลโดยดูจากพฤติกรรมการใช้สื่อที่มีมาแต่เดิม
3.  การใช้แบบสอบถาม เป็นการสำรวจที่ได้รายละเอียดมากกว่าแบบอื่นๆ

                ขั้นตอนที่ 4   เป็นขั้นการจัดหา โดยนำข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทำเป็นโครงการสั้นๆ หรือโครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้องต้องพิจารณาตามลำดับความสำคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อ เฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ ก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อยเพียงไร มีข้อดีและข้อจากัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่



5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง

ตอบ     มีหลักเกณฑ์สำคัญ ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ คือ
          1. ความคงทน(Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย
          2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation)  โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
          3. ความกะทัดรัด (Portability)   โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
          4. คุณภาพของเครื่อง(Quality of Peration)   เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
          5. การออกแบบ (Design)   เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
          6. ความปลอดภัย (Safety)   เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือ อันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
          7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาละซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair)   เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลำบาก ในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชำรุดแล้วไม่ สามารถซ่อมแซมได้เลย
          8. ราคา (Cost)  ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่ แพงเกินไปที่สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้ว จึงนำไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์ นั้น
          9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต(Reputation of Manufacturer)   การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจำนวน  และรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด  หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทำให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
          10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่ สำรองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว



6. การบริหารบุคคล หมายถึงอะไร

ตอบ    การบริหารบุคคล หมายถึง    ศิลปะ ในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทางานในองค์การ มอบหมายงาน พัฒนาบุคคลและให้พ้นจากงาน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของเป้าหมายหรือบริการของศูนย์ฯ หรือหน่วยงานเป็นสำคัญ




7. หลักการบริหารงานบุคคลมีกี่ระบบอะไรบ้าง
ตอบ   หลักในการบริหารงานบุคคลมี 2 ระบบ คือ
1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์
                1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบได้ทุก
                1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน
                1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ
                1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท
2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System    ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการะคุณ



8. การจำแนกตำแหน่งได้กี่ประเภท

ตอบ  การจำแนกตำแหน่งงาน  หมายถึง การจัดสรรตำแหน่งออกเป็นประเภท หมวดหมู่ ตามลำดับชั้น เพื่อความสะดวกในการสรรหา บรรจุแต่งตั้ง เลื่อนขั้น และเลื่อนตำแหน่ง การจำแนกตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 ประเภท แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
1.จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง  Position Classification   เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร   เป็นต้น
2.การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ  Rank Classification   เป็นการจำแนกตำแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบ กับชั้นยศ   ใช้กับ ทหาร ตำรวจ
3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification   จำแนกตามคุณลักษณะความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย์


9. ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนกำลังคนได้แก่อะไรบ้าง

ตอบ        1.ศึกษานโยบายและแผนงานขององค์การ   กระบวนการวางแผนกำลงคนต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลายๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้นๆ ในอนาคต
    2. การตรวจสภาพคน ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกำลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จำนวนตำแหน่ง อัตรากำลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ เป็นต้น
    3. การพยากรณ์กำลังคน คล้ายกับการตรวจสภาพกำลังคน แต่การพยากรณ์มุ่งเน้นอนาคต
                4. การเตรียมคนสำหรับอนาคตอาจทำได้ ดังนี้
    1. การฝึกอบรมพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ ช่วยขวัญกำลงใจ แผนอาชีพ
    2. การสรรหาคัดเลือกบุคคลจากภายนอก ตลาดแรงงาน


10. การวางแผนกำลังคนที่ดีต้องทราบอะไรบ้าง

ตอบ  การวางแผนกำลังคนที่ดีที่ต้องทราบ  คือ
1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์ งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จำเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
4. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก
6. การทำให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (จิ๋วแต่แจ๋วเล็กดีรสโต) (Job Enlargement) เล็กๆ มิต้าไม่ ใหญ่ๆ มิต้าทำ


11. บุคลากรด้านทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภท

ตอบ     บุคลการด้านทรัพยากรการเรียนรู้มี 3 ประเภท   คือ
1. ด้านบริหาร   โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทำ การจัดดำเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทำงบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงานเพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
2. ด้านการบริการ   เป็นภารกิจของศูนย์สื่อการศึกษาที่นำโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการให้คำปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นต้น ซึ่งแนวทางในการกำหนดภารกิจด้านบริการควรสะท้อนปรัชญาที่ยึดความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก
3. บุคลากรด้านการผลิตสื่อ

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำสั่ง : ให้นิสิตเขียนอธิบายคำตอบตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (10 คะแนน)
งานเดี่ยว  :
1. ให้พิมพ์คำตอบลงใน MS.word และแนบไฟล์ส่ง และ Weblog
2. กำหนดส่งทาง e-Learning ภายในเวลาที่กำหนด โดยไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 8 MB
3. บันทึกลงใน Weblog  ไม่เกินเวลา  23.55 น.  ของวันที่ 16 ธันวาคม 2554

1.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ  ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แบ่งได้  3 ประเภท คือ
                                              1.การศึกษาในระบบ
                                              2.การศึกษานอกระบบ
                                              3.การศึกษาตามอัธยาศัย

1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน 
       หมายถึง หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา,ศูนย์โสตทัศนศึกษา หรือหน่วยโสตทัศนศึกษา,ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา หรือหน่วยเทคโนโลยีการศึกษา,ศูนย์วิทยาการ หรือสถาบันวิทยบริการ, ศูนย์ทรัพยากรการศึกษา หรือศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ชื่อเรียกศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่ ศูนย์วัสดุการเรียน, ศูนย์โสตทัศน์และห้องสมุด, ศูนย์วัสดุอุปกรณ์การศึกษา ศูนย์สื่อการสอน,ศูนย์โสตทัศนวัสดุ, ศูนย์วัสดุการสอนหรือศูนย์วัสดุการศึกษา ศูนย์โสตทัศนูปกรณ์ หรือหน่วยบริการโสตทัศนูปกรณ์, สำนักเทคโนโลยีการศึกษา, ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ 
      เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์การเรียน เป็นต้น

3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย 
       เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น

2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย 

ตอบ
ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน จะมีหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน เน้นทฤษฏีการเรียนรู้ มากกว่าศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นอกระบบ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต ส่วนศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยนั้น เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต


3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง
ตอบ
 
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน 
     1.1 สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดให้บริการยืมสื่อที่ฝ่ายศูนย์บริการและพัฒนาสื่อฯ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง  อ้างอิง http://www.techno.ru.ac.th/
     1.2 ศูนย์โสตทัศนศึกษากลาง สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่บริการและสนับสนุนการเรียนการสอน โดยให้บริการด้านการผลิต ให้คำปรึกษา วางแผนในการผลิตสื่อ การใช้สื่อต่างๆ รวมทั้งการจัดหา ให้บริการใช้และให้ยืมสื่อการศึกษาประเภทต่างๆ
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ การค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ นิสิต บุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคลากรภายนอกมหาวิทยาลัย อ้างอิง  http://et468300.wordpress.com 
 1.3  สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตบางแสน ทำหน้าที่ให้บริการสารสนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อโสตทัศน์ ในทุกสาขาวิชา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นิสิต อาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการลูกจ้าง และบุคคลภายนอก 
อ้างอิง http://www.lib.buu.ac.th/

 2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ
 
       2.1 ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เปิดฝึกอบรมให้กับบรรดาเกษตรกร และราษฎรผู้ยากไร้ ปีละ 2 รุ่น ใช้เวลาในการฝึกรุ่นละ 6 เดือน ฝึกอบรมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น. และจะมีวันหยุด 1 วันในแต่ละสัปดาห์ มีแผนกฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 30 แผนก
อ้างอิง http://www.thaitambon.com/Centre/Bangsai.htm
      2.2 ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และศิลปาชีพภาคกลาง เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำหรับเยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
อ้างอิง http://www.padoong.com/
      2.3 ศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัด เปิดอบรมวิชาชีพฟรี หลายสาขาวิชาชีพ เช่น ซ่อมโทรศัพท์มือถือ,เสริมสวย,ตัดผมชาย,คอมพิวเตอร์และอื่นๆ แก่บุคคลทั่วไปที่สนใจการเรียนรู้
อ้างอิง http://bangpald.blogspot.com/p/blog-page.html


3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย

    3.1  พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน อยู่ตรงข้ามชุมชนบ้านครัว กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ จัดแสดงศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพระพุทธรูปยุคสมัยต่างๆ จัดแสดงแก่ทุกคนที่สนใจ
อ้างอิง http://www.jimthompsonhouse.com/thai/index.asp 
    3.2  บ้านควาย (หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย) ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณ บุรี-ศรีประจันต์) กิโลเมตรที่ 115-116 เป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลาง มีพื้นที่ 100 กว่าไร่ แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น หมู่บ้านชาวนาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกควาย โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านเรือนไทยภาคกลาง มีลานแสดงควาย กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักท่องเที่ยว แลผู้สนใจ
อ้างอิง http://www.hotsia.com/suphanburi/2750.shtml 
      3.3  พิพิธภัณฑ์โชคชัย  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นฟาร์มปศุสัตว์เลี้ยงโคนม ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดและมีมาตรฐานการจัดการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ฟาร์มโชคชัยได้มีโอกาสต้อนรับแขกทุกระดับทั้งภายในและต่างประเทศ
อ้างอิง http://www.chokchaimuseum.com/


4. ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้

ตอบ 
หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก
4.1 นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์
หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของคณาจารย์ภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ โดยมีนโยบาย ต้องการให้ภาคตะวันออก มีหอศิลป์เป็นของตนเองเพื่อเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคคลทั่วไป
วิสัยทัศน์
1.คลอบคลุม ปรับกระบวนทัศนให้ศิลปะและวัฒนธรรม (เก่า/ใหม่) มีบูรณาการเชื่อมโยงตามแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมให้แต่ละส่วน ภายในและภายนอกหอศิลป์ เป็นพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมและบริการวิชาการในระดับต่างๆ (จังหวัด ภาค ประเทศและนานาชาติ)
2.เคลื่อนไหว กระบวน วิธีนำเสนอ ไม่ตายซาก ยึดต่อทำเนียมเดิมมีกลวิธีที่เปิดกว้างผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี กระบวนการสื่อสารและกรรมวิธีที่เอื้อต่อการเข้าถึงมวลชนระดับต่างๆ
มวลชนระดับต่างๆ
3.คล่องตัว เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก มีอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและในปัจจุบันและในอนาคต
4.2 แหล่งที่มาของศูนย์
http://fineart.buu.ac.th/silp/

5. ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้

ตอบ 
โครงสร้างองค์การสวนพฤกษศาสตร์

ความเป็นมา
     ในปี พ.ศ. 2535 รัฐบาลไทย ได้จัดตั้ง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อสพ.) ขึ้น เพื่อสนับสนุนงานค้นคว้าวิจัย ทางด้านพฤกษศาสตร์ และการอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่อาศัยของทรัพยากรพรรณพืชอันทรงคุณค่าของประเทศ อ.ส.พ. มีสถานภาพเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอยู่ใต้สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2545 สืบเนื่องมาจากการปฏิรูประบบราชการ องค์การสวนพฤกษศาสตร์จึงได้ย้ายไปสังกัดกระทรวงที่ได้รับการ จัดตั้งใหม่คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แต่เดิมรู้จักกันในนามของสวนพฤกษศาสตร์แม่สานับว่าเป็น
สวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศที่เป็นมาตรฐานสากล   โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิจัยและให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2537  องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระราชา-นุญาตจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ใช้ชื่อสวนพฤกษศาสตร์ใน ภาคเหนือขององค์การฯ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

     ภาระกิจหลักของสวนพฤกษศาสตร์ คือ เป็นศูนย์รวมพรรณไม้ไทย ที่มีความเป็นเลิศทางิวชาการด้านพืช ทำหน้าที่เป็นศูนย์ศึกษาและค้นคว้าวิจัย ทางด้านพฤกษศาตร์   ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นสถานที่เผยแพร่ความสวยงามและคุณค่าของพรรณพฤกษชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ แก่ประชาชนทั่วไป
วิสัยทัศน์ 
    เป็นองค์กรชั้นนำทางด้านพฤกษศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้ทางด้านพรรณไม้ไทย เพื่อการเรียนรู้ของประชาชน
กลยุทธ 
- เสริมสร้างความสมบูรณ์ของสวน พฤกษศาสตร์
- พัฒนาสวนพฤกษศาสตร์ในภูมิภาค
- พัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งการพัฒนาบุคลากร และการปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการทำงาน
- พัฒนางานด้านอนุรักษ์พันธุ์พืช
- พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
- พัฒนาการให้บริการและการหารายได้
- ลดรายจ่าย
- พัฒนางานด้านวิชาการ-วิจัย 
- พัฒนาระบบฐานข้อมูลพรรณพืช
- ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านพืชสู่ชุมชน
- ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านพืช

โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
เพราะ เป็นโครงสร้างศูนย์แหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย เนื่องจาก สร้างองค์ความรู้และแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้สวนพฤกษศาสตร์เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืช และองค์ความรู้ทางด้านพืช เพื่อการศึกษาของประชาชน
เผยแพร่และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรพรรณพืช และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม 


โครงสร้างการบริหารงานของศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา




ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา ได้จัดองค์กรเพื่อการบริหารงานดังนี้

1. ฝ่ายบริหารงานทั่วไปมีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและสารบรรณ งานบุคคล งานแผนงานและงบประมาณ งานติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน งานการเงินและพัสดุ งานประชาสัมพันธ์ และงานจัดพิมพ์เอกสาร ตำรา เอกสารประกอบการสอนและสิ่งพิมพ์ประเภทอื่นๆ ตลอดจนการประสานงานด้านบริการและการประชุมต่างๆ แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานธุรการ - งานการเงินและพัสดุ - งานแผนงานและงบประมาณ - งานประสานงานและบริการ
2. ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสื่อการศึกษามีหน้าที่รับผิดชอบด้านการวางแผน ออกแบบและพัฒนาสื่อการศึกษา ประสานงานควบคุมกำกับดูแลการผลิตสื่อแต่ละประเภท ดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพและประเมินสื่อที่ผลิตขึ้น ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อให้มีคุณภาพ จัดฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อการศึกษา เผยแพร่ผลงานและความรู้ทางเทคโนโลยีการศึกษา รวบรวมจัดทำระบบฐานข้อมูลสื่อการศึกษา พัฒนาระบบและบริหารจัดการฐานความรู้ อันได้แก่ การระบุความรู้ การคัดเลือก การรวบรวม การจัดระบบจัดเก็บความรู้ การเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเรียนการสอน และให้บริการการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย รวมทั้งดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของหน่วยงาน แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานจัดระบบและออกแบบสื่อการศึกษา - งานวิจัยและประเมินสื่อการศึกษา - งานบริการและเผยแพร่สื่อการศึกษา - งานจัดการฐานความรู้

3. ฝ่ายผลิตสื่อคอมพิวเตอร์มีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ online และ offline สนับสนุนการเรียนการสอน งานบริการทางวิชาการ งานฝึกอบรม และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เช่น ผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ผลิตสื่อประสม ผลิตภาพเคลื่อนไหว ผลิตงานกราฟิกต่างๆ เพื่อประกอบรายการโทรทัศน์ วีดิทัศน์ และประกอบสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการสารสนเทศ แบ่งเป็น 3 งาน ได้แก่ - งานผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ - งานผลิตสื่อประสม - งานผลิตสื่อกราฟิก
4. ฝ่ายผลิตสื่อโสตทัศน์มีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการผลิตสื่อโสตทัศน์สนับสนุนการเรียนการสอน งานบริการวิชาการ และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เช่น การผลิตรายการโทรทัศน์ ผลิตสื่อวีดิทัศน์ ผลิตรายการด้านเสียง รวมทั้งการถ่ายภาพนิ่งประกอบสื่อสิ่งพิมพ์ ถ่ายภาพเพื่อการเรียนการสอน ถ่ายภาพบริการทางวิชาการ และกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการสารสนเทศ แบ่งเป็น 3 งาน ได้แก่ - งานผลิตวีดิทัศน์ - งานผลิตด้านเสียง - งานศิลปกรรม
5. ฝ่ายเทคนิควิศวกรรมมีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการพัฒนาระบบปฏิบัติการเพื่อให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษา จัดระบบการปฏิบัติงานทางเทคนิค ควบคุม และใช้อุปกรณ์ในการผลิตสื่อ จัดหา พัฒนาและบำรุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์การผลิตสื่อให้มีประสิทธิภาพ ควบคุม ดูแล ระบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ระบบบริหารจัดการทรัพยากรสื่อ ระบบบันทึกการสอนในห้องเรียน ระบบโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการเรียนการสอน ระบบโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย และด้านเทคนิคสถานีวิทยุกระจายเสียง รวมทั้งผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบผสมผสาน (Integrated Electronic media) และให้บริการระบบสื่อสารสองทางผ่านจอภาพ แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานพัฒนาระบบปฏิบัติการ - งานเทคนิคและบำรุงรักษา - งานสถานีวิทยุโทรทัศน์ - งานผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบผสมผสาน
6. สำนักพิมพ์มีหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนให้มีการแต่ง แปล เรียบเรียงตำรา เอกสารประกอบการสอน และ สิ่งพิมพ์ประเภทอื่นๆ เพื่อการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยในด้านการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์การศึกษาที่มีคุณภาพ และราคายุติธรรม แบ่งเป็น 2 งาน - งานวิชาการ - งานการตลาด
แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
http://ceit.sut.ac.th/home/index.phpoption=com_content&view=article&id=2&Itemid=5&lang=th
โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
ตอบ   ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน เพราะมีหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการให้บริการ มุ่งเน้นการส่งเสริมงานวิจัย ให้บริการด้านการผลิต ให้คำปรึกษา วางแผนในการผลิตสื่อ การใช้สื่อต่างๆ รวมทั้งการจัดหา