วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำสั่ง : ให้นิสิตเขียนอธิบายคำตอบตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (10 คะแนน)
งานเดี่ยว  :
1. ให้พิมพ์คำตอบลงใน MS.word และแนบไฟล์ส่ง และ Weblog
2. กำหนดส่งทาง e-Learning ภายในเวลาที่กำหนด โดยไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 8 MB
3. บันทึกลงใน Weblog  ไม่เกินเวลา  23.55 น.  ของวันที่ 16 ธันวาคม 2554

1.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ  ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แบ่งได้  3 ประเภท คือ
                                              1.การศึกษาในระบบ
                                              2.การศึกษานอกระบบ
                                              3.การศึกษาตามอัธยาศัย

1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน 
       หมายถึง หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา,ศูนย์โสตทัศนศึกษา หรือหน่วยโสตทัศนศึกษา,ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา หรือหน่วยเทคโนโลยีการศึกษา,ศูนย์วิทยาการ หรือสถาบันวิทยบริการ, ศูนย์ทรัพยากรการศึกษา หรือศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ชื่อเรียกศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่ ศูนย์วัสดุการเรียน, ศูนย์โสตทัศน์และห้องสมุด, ศูนย์วัสดุอุปกรณ์การศึกษา ศูนย์สื่อการสอน,ศูนย์โสตทัศนวัสดุ, ศูนย์วัสดุการสอนหรือศูนย์วัสดุการศึกษา ศูนย์โสตทัศนูปกรณ์ หรือหน่วยบริการโสตทัศนูปกรณ์, สำนักเทคโนโลยีการศึกษา, ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ 
      เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์การเรียน เป็นต้น

3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย 
       เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น

2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย 

ตอบ
ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน จะมีหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน เน้นทฤษฏีการเรียนรู้ มากกว่าศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นอกระบบ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต ส่วนศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยนั้น เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต


3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง
ตอบ
 
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน 
     1.1 สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดให้บริการยืมสื่อที่ฝ่ายศูนย์บริการและพัฒนาสื่อฯ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง  อ้างอิง http://www.techno.ru.ac.th/
     1.2 ศูนย์โสตทัศนศึกษากลาง สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่บริการและสนับสนุนการเรียนการสอน โดยให้บริการด้านการผลิต ให้คำปรึกษา วางแผนในการผลิตสื่อ การใช้สื่อต่างๆ รวมทั้งการจัดหา ให้บริการใช้และให้ยืมสื่อการศึกษาประเภทต่างๆ
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ การค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ นิสิต บุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคลากรภายนอกมหาวิทยาลัย อ้างอิง  http://et468300.wordpress.com 
 1.3  สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตบางแสน ทำหน้าที่ให้บริการสารสนเทศในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อโสตทัศน์ ในทุกสาขาวิชา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นิสิต อาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการลูกจ้าง และบุคคลภายนอก 
อ้างอิง http://www.lib.buu.ac.th/

 2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ
 
       2.1 ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เปิดฝึกอบรมให้กับบรรดาเกษตรกร และราษฎรผู้ยากไร้ ปีละ 2 รุ่น ใช้เวลาในการฝึกรุ่นละ 6 เดือน ฝึกอบรมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น. และจะมีวันหยุด 1 วันในแต่ละสัปดาห์ มีแผนกฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 30 แผนก
อ้างอิง http://www.thaitambon.com/Centre/Bangsai.htm
      2.2 ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และศิลปาชีพภาคกลาง เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำหรับเยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
อ้างอิง http://www.padoong.com/
      2.3 ศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัด เปิดอบรมวิชาชีพฟรี หลายสาขาวิชาชีพ เช่น ซ่อมโทรศัพท์มือถือ,เสริมสวย,ตัดผมชาย,คอมพิวเตอร์และอื่นๆ แก่บุคคลทั่วไปที่สนใจการเรียนรู้
อ้างอิง http://bangpald.blogspot.com/p/blog-page.html


3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย

    3.1  พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน อยู่ตรงข้ามชุมชนบ้านครัว กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ จัดแสดงศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพระพุทธรูปยุคสมัยต่างๆ จัดแสดงแก่ทุกคนที่สนใจ
อ้างอิง http://www.jimthompsonhouse.com/thai/index.asp 
    3.2  บ้านควาย (หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย) ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณ บุรี-ศรีประจันต์) กิโลเมตรที่ 115-116 เป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลาง มีพื้นที่ 100 กว่าไร่ แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น หมู่บ้านชาวนาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกควาย โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านเรือนไทยภาคกลาง มีลานแสดงควาย กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักท่องเที่ยว แลผู้สนใจ
อ้างอิง http://www.hotsia.com/suphanburi/2750.shtml 
      3.3  พิพิธภัณฑ์โชคชัย  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นฟาร์มปศุสัตว์เลี้ยงโคนม ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดและมีมาตรฐานการจัดการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ฟาร์มโชคชัยได้มีโอกาสต้อนรับแขกทุกระดับทั้งภายในและต่างประเทศ
อ้างอิง http://www.chokchaimuseum.com/


4. ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้

ตอบ 
หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก
4.1 นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์
หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของคณาจารย์ภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ โดยมีนโยบาย ต้องการให้ภาคตะวันออก มีหอศิลป์เป็นของตนเองเพื่อเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคคลทั่วไป
วิสัยทัศน์
1.คลอบคลุม ปรับกระบวนทัศนให้ศิลปะและวัฒนธรรม (เก่า/ใหม่) มีบูรณาการเชื่อมโยงตามแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมให้แต่ละส่วน ภายในและภายนอกหอศิลป์ เป็นพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมและบริการวิชาการในระดับต่างๆ (จังหวัด ภาค ประเทศและนานาชาติ)
2.เคลื่อนไหว กระบวน วิธีนำเสนอ ไม่ตายซาก ยึดต่อทำเนียมเดิมมีกลวิธีที่เปิดกว้างผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี กระบวนการสื่อสารและกรรมวิธีที่เอื้อต่อการเข้าถึงมวลชนระดับต่างๆ
มวลชนระดับต่างๆ
3.คล่องตัว เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก มีอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและในปัจจุบันและในอนาคต
4.2 แหล่งที่มาของศูนย์
http://fineart.buu.ac.th/silp/

5. ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้

ตอบ 
โครงสร้างองค์การสวนพฤกษศาสตร์

ความเป็นมา
     ในปี พ.ศ. 2535 รัฐบาลไทย ได้จัดตั้ง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อสพ.) ขึ้น เพื่อสนับสนุนงานค้นคว้าวิจัย ทางด้านพฤกษศาสตร์ และการอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่อาศัยของทรัพยากรพรรณพืชอันทรงคุณค่าของประเทศ อ.ส.พ. มีสถานภาพเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอยู่ใต้สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2545 สืบเนื่องมาจากการปฏิรูประบบราชการ องค์การสวนพฤกษศาสตร์จึงได้ย้ายไปสังกัดกระทรวงที่ได้รับการ จัดตั้งใหม่คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แต่เดิมรู้จักกันในนามของสวนพฤกษศาสตร์แม่สานับว่าเป็น
สวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศที่เป็นมาตรฐานสากล   โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิจัยและให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2537  องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระราชา-นุญาตจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ใช้ชื่อสวนพฤกษศาสตร์ใน ภาคเหนือขององค์การฯ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

     ภาระกิจหลักของสวนพฤกษศาสตร์ คือ เป็นศูนย์รวมพรรณไม้ไทย ที่มีความเป็นเลิศทางิวชาการด้านพืช ทำหน้าที่เป็นศูนย์ศึกษาและค้นคว้าวิจัย ทางด้านพฤกษศาตร์   ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นสถานที่เผยแพร่ความสวยงามและคุณค่าของพรรณพฤกษชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ แก่ประชาชนทั่วไป
วิสัยทัศน์ 
    เป็นองค์กรชั้นนำทางด้านพฤกษศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ศึกษาวิจัย และเผยแพร่ความรู้ทางด้านพรรณไม้ไทย เพื่อการเรียนรู้ของประชาชน
กลยุทธ 
- เสริมสร้างความสมบูรณ์ของสวน พฤกษศาสตร์
- พัฒนาสวนพฤกษศาสตร์ในภูมิภาค
- พัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งการพัฒนาบุคลากร และการปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการทำงาน
- พัฒนางานด้านอนุรักษ์พันธุ์พืช
- พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
- พัฒนาการให้บริการและการหารายได้
- ลดรายจ่าย
- พัฒนางานด้านวิชาการ-วิจัย 
- พัฒนาระบบฐานข้อมูลพรรณพืช
- ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านพืชสู่ชุมชน
- ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านพืช

โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
เพราะ เป็นโครงสร้างศูนย์แหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย เนื่องจาก สร้างองค์ความรู้และแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้สวนพฤกษศาสตร์เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืช และองค์ความรู้ทางด้านพืช เพื่อการศึกษาของประชาชน
เผยแพร่และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรพรรณพืช และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม 


โครงสร้างการบริหารงานของศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา




ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา ได้จัดองค์กรเพื่อการบริหารงานดังนี้

1. ฝ่ายบริหารงานทั่วไปมีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและสารบรรณ งานบุคคล งานแผนงานและงบประมาณ งานติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน งานการเงินและพัสดุ งานประชาสัมพันธ์ และงานจัดพิมพ์เอกสาร ตำรา เอกสารประกอบการสอนและสิ่งพิมพ์ประเภทอื่นๆ ตลอดจนการประสานงานด้านบริการและการประชุมต่างๆ แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานธุรการ - งานการเงินและพัสดุ - งานแผนงานและงบประมาณ - งานประสานงานและบริการ
2. ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสื่อการศึกษามีหน้าที่รับผิดชอบด้านการวางแผน ออกแบบและพัฒนาสื่อการศึกษา ประสานงานควบคุมกำกับดูแลการผลิตสื่อแต่ละประเภท ดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพและประเมินสื่อที่ผลิตขึ้น ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อให้มีคุณภาพ จัดฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อการศึกษา เผยแพร่ผลงานและความรู้ทางเทคโนโลยีการศึกษา รวบรวมจัดทำระบบฐานข้อมูลสื่อการศึกษา พัฒนาระบบและบริหารจัดการฐานความรู้ อันได้แก่ การระบุความรู้ การคัดเลือก การรวบรวม การจัดระบบจัดเก็บความรู้ การเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเรียนการสอน และให้บริการการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย รวมทั้งดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของหน่วยงาน แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานจัดระบบและออกแบบสื่อการศึกษา - งานวิจัยและประเมินสื่อการศึกษา - งานบริการและเผยแพร่สื่อการศึกษา - งานจัดการฐานความรู้

3. ฝ่ายผลิตสื่อคอมพิวเตอร์มีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ online และ offline สนับสนุนการเรียนการสอน งานบริการทางวิชาการ งานฝึกอบรม และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เช่น ผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ผลิตสื่อประสม ผลิตภาพเคลื่อนไหว ผลิตงานกราฟิกต่างๆ เพื่อประกอบรายการโทรทัศน์ วีดิทัศน์ และประกอบสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการสารสนเทศ แบ่งเป็น 3 งาน ได้แก่ - งานผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ - งานผลิตสื่อประสม - งานผลิตสื่อกราฟิก
4. ฝ่ายผลิตสื่อโสตทัศน์มีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการผลิตสื่อโสตทัศน์สนับสนุนการเรียนการสอน งานบริการวิชาการ และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เช่น การผลิตรายการโทรทัศน์ ผลิตสื่อวีดิทัศน์ ผลิตรายการด้านเสียง รวมทั้งการถ่ายภาพนิ่งประกอบสื่อสิ่งพิมพ์ ถ่ายภาพเพื่อการเรียนการสอน ถ่ายภาพบริการทางวิชาการ และกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการสารสนเทศ แบ่งเป็น 3 งาน ได้แก่ - งานผลิตวีดิทัศน์ - งานผลิตด้านเสียง - งานศิลปกรรม
5. ฝ่ายเทคนิควิศวกรรมมีหน้าที่รับผิดชอบวางแผน เตรียมการ ดำเนินการพัฒนาระบบปฏิบัติการเพื่อให้บริการฝึกปฏิบัติการขั้นสูงสำหรับนักศึกษา จัดระบบการปฏิบัติงานทางเทคนิค ควบคุม และใช้อุปกรณ์ในการผลิตสื่อ จัดหา พัฒนาและบำรุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์การผลิตสื่อให้มีประสิทธิภาพ ควบคุม ดูแล ระบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ระบบบริหารจัดการทรัพยากรสื่อ ระบบบันทึกการสอนในห้องเรียน ระบบโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการเรียนการสอน ระบบโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย และด้านเทคนิคสถานีวิทยุกระจายเสียง รวมทั้งผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบผสมผสาน (Integrated Electronic media) และให้บริการระบบสื่อสารสองทางผ่านจอภาพ แบ่งเป็น 4 งาน ได้แก่ - งานพัฒนาระบบปฏิบัติการ - งานเทคนิคและบำรุงรักษา - งานสถานีวิทยุโทรทัศน์ - งานผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบผสมผสาน
6. สำนักพิมพ์มีหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนให้มีการแต่ง แปล เรียบเรียงตำรา เอกสารประกอบการสอน และ สิ่งพิมพ์ประเภทอื่นๆ เพื่อการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยในด้านการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์การศึกษาที่มีคุณภาพ และราคายุติธรรม แบ่งเป็น 2 งาน - งานวิชาการ - งานการตลาด
แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
http://ceit.sut.ac.th/home/index.phpoption=com_content&view=article&id=2&Itemid=5&lang=th
โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
ตอบ   ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน เพราะมีหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการให้บริการ มุ่งเน้นการส่งเสริมงานวิจัย ให้บริการด้านการผลิต ให้คำปรึกษา วางแผนในการผลิตสื่อ การใช้สื่อต่างๆ รวมทั้งการจัดหา 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น